วิธีใช้และเก็บรักษา · · อ่าน 7 นาที
น้ำหอมติดทนนานไม่ต้องฉีดเยอะ: 7 จุดฉีดที่ได้ผลจริง
น้ำหอมติดทนนาน ทำได้ด้วยการเลือกจุดฉีดให้ถูกและดูแลผิวก่อนฉีด รวม 7 จุดที่ได้ผลจริงในอากาศร้อนชื้นแบบไทย

คำถามที่เจอบ่อยที่สุดจากคนซื้อน้ำหอมคนไทยคือ "ทำไมฉีดแล้วหายเร็ว" หลายคนแก้ด้วยการฉีดเพิ่มเป็นสิบปั๊ม ผลคือคนรอบตัวได้กลิ่นแรงจนอึดอัด แต่ตัวเองยังไม่ได้กลิ่นอยู่ดี เพราะจมูกเราชินกับกลิ่นตัวเองเร็วมาก
ความจริงคือความติดทนไม่ได้ขึ้นกับจำนวนปั๊มเป็นหลัก แต่ขึ้นกับว่าน้ำหอมเกาะอยู่ตรงไหน ผิวตรงนั้นแห้งหรือชุ่ม อุณหภูมิบริเวณนั้นเท่าไหร่ และระหว่างวันเราไปโดนอะไรมาบ้าง บทความนี้ลงรายละเอียดเรื่องจุดฉีดแบบใช้ได้จริงในชีวิตคนเมืองที่ต้องขึ้น BTS ตอนเช้าและนั่งห้องแอร์ทั้งวัน
ทำไมจุดฉีดถึงสำคัญกว่าจำนวนปั๊ม
โมเลกุลกลิ่นต้องอาศัยความอบอุ่นจึงจะค่อย ๆ ระเหยออกมา จุดที่ร่างกายอุ่นกว่าบริเวณอื่น เช่น ข้อพับ ลำคอ หลังหู จึงทำหน้าที่เหมือนเตาอุ่นอ่อน ๆ ปล่อยกลิ่นทีละน้อยตลอดวัน ตรงกันข้าม ถ้าฉีดลงบนผิวที่แห้งมาก หรือบริเวณที่เย็นและอากาศไม่หมุนเวียน กลิ่นก็มักจะจบเร็วกว่าที่ควร
อีกเรื่องที่คนมองข้ามคือ อากาศร้อนชื้นของไทยเร่งการระเหยของโน้ตต้น กลิ่นซิตรัสและมินต์ที่สดชื่นตอนแรกจะหายไปไวกว่าเมืองหนาวอย่างชัดเจน สิ่งที่อยู่ต่อคือโน้ตฐานที่หนักกว่า เช่น ไม้จันทน์ อำพัน วานิลลา และมัสก์ ฉะนั้นถ้าต้องการติดทน ควรเลือกจุดฉีดที่ช่วยเก็บโน้ตฐานเอาไว้ด้วย ไม่ใช่กระจายไปทั่วตัว
ฉีดสามจุดที่ถูกตำแหน่งบนผิวที่ทาโลชั่นแล้ว มักให้ผลดีกว่าฉีดแปดปั๊มลงบนผิวแห้ง

7 จุดฉีดที่ได้ผลจริง
1. ข้อพับข้อศอกด้านใน
จุดที่เราคิดว่าถูกใช้น้อยเกินไป ผิวบาง อุ่น มีการขยับตลอด ทำให้กลิ่นถูกปล่อยเป็นระยะ ข้อดีอีกอย่างคือเวลาขึ้นรถไฟฟ้าแล้วต้องยกมือจับราว กลิ่นจะลอยขึ้นมาแบบพอดี ไม่ใช่พุ่งใส่หน้าคนข้าง ๆ
2. หลังหูและใต้กกหู
อุ่นและอยู่ระดับใกล้จมูกคนที่คุยกับเรา เหมาะกับน้ำหอมที่ต้องการให้คนรู้สึกได้ตอนเข้าใกล้ เช่น Le Labo Santal 33 หรือ Tom Ford Oud Wood แต่ระวังอย่าฉีดจนเปียก เพราะบริเวณนี้เหงื่อออกง่ายและผิวบางคนไวกว่าที่อื่น
3. ฐานลำคอตรงกระดูกไหปลาร้า
ตำแหน่งคลาสสิก อุ่นพอดี และอยู่ใต้เสื้อคอปกได้ ทำให้กลิ่นไม่ถูกลมแอร์พัดหายไปเร็ว เวลาขยับตัวหรือถอดแจ็กเก็ต กลิ่นจะค่อย ๆ ขึ้นมา
4. หน้าอกใต้เสื้อหนึ่งชั้น
ฉีดบนผิวก่อนใส่เสื้อ แล้วปล่อยให้แห้งสัก 30 วินาที วิธีนี้ทำให้ผ้าช่วยกักกลิ่นไว้อีกชั้น เหมาะกับวันที่ต้องอยู่ห้องแอร์นาน ๆ และไม่อยากให้กลิ่นแรงเกินในระยะใกล้
5. หลังคอตรงท้ายทอย
จุดนี้ดีสำหรับคนผมสั้นหรือรวบผม เวลาเดินผ่านจะทิ้งกลิ่นเป็นทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนเรียกว่า sillage ถ้าใช้น้ำหอมกลุ่มสดชื่นอย่าง Bleu de Chanel Eau de Parfum หรือ Acqua di Parma Colonia จุดนี้ช่วยให้กลิ่นไม่ตายเร็วเกินไป
6. ข้อพับข้อเข่าด้านหลัง
ฟังดูแปลกแต่ใช้ได้จริงสำหรับคนใส่กระโปรงหรือกางเกงขายาวเนื้อบาง เพราะความร้อนจากร่างกายจะช่วยดันกลิ่นขึ้นด้านบนเรื่อย ๆ เหมาะกับงานกลางคืนหรืองานแต่งที่ต้องเดินไปเดินมา
7. ปลายผมหรือหวีที่ฉีดน้ำหอมทิ้งไว้
เส้นผมจับกลิ่นได้ดีมาก แต่แอลกอฮอล์ในน้ำหอมทำให้ผมแห้งได้ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือฉีดลงหวีหรือแปรงแล้วหวีผ่านผมเบา ๆ อย่าฉีดตรงลงหนังศีรษะ
จุดที่ควรเลี่ยง และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ถูข้อมือหลังฉีด การขยี้ทำให้กลิ่นช่วงต้นเพี้ยนและจบเร็วขึ้น ให้ฉีดแล้วปล่อยไว้
- ฉีดลงรักแร้หรือบริเวณที่เหงื่อออกมาก กลิ่นเหงื่อผสมน้ำหอมมักไม่เป็นมิตรกับใคร และผิวบริเวณนี้ระคายง่าย
- ฉีดทับโลชั่นที่มีกลิ่นของตัวเองแรง ๆ กลิ่นจะชนกัน ถ้าจะทาให้ใช้แบบไม่มีน้ำหอม
- ฉีดลงผ้าไหม ผ้าสีอ่อน หรือชุดงานแต่งที่เพิ่งซื้อ น้ำหอมอาจทิ้งคราบได้ ควรฉีดที่ผิวก่อนแต่งตัว
- ฉีดใกล้เครื่องประดับ ไข่มุกและเครื่องเงินชุบบางชนิดเสียหายจากแอลกอฮอล์ได้
ถ้าผิวคุณแห้งเป็นปกติ ซึ่งเจอบ่อยในคนที่นั่งห้องแอร์อุณหภูมิต่ำทั้งวัน ให้ทาโลชั่นไม่มีกลิ่นบาง ๆ บนจุดที่จะฉีดก่อน ความชุ่มชื้นทำให้โมเลกุลกลิ่นมีที่ยึด ผลต่างมักเห็นชัดโดยเฉพาะกับน้ำหอมเข้มข้นอย่าง Baccarat Rouge 540 Extrait ที่พอมีผิวรองรับก็จะอยู่ได้นานขึ้น
จับคู่จุดฉีดกับประเภทน้ำหอมและกิจกรรม
ไม่ใช่ทุกกลิ่นควรฉีดเหมือนกัน แนวทางที่ใช้ได้เกือบทุกกรณี
- กลุ่มซิตรัสและอควาติก เช่น Giorgio Armani Acqua di Gio Profumo, Issey Miyake L'Eau d'Issey Pour Homme ฉีดหลังคอกับหน้าอก 3-4 ปั๊ม เพราะโน้ตต้นหายเร็ว ต้องอาศัยผ้าช่วยกัก
- กลุ่มไม้และอู๊ด เช่น Tom Ford Oud Wood, Initio Oud for Greatness ฉีดเบามาก 1-2 ปั๊มที่ข้อพับกับหลังหู กลิ่นกลุ่มนี้แรงในตัวและอยู่นานอยู่แล้ว
- กลุ่มหวานกูร์มองด์ เช่น Lattafa Khamrah, Kilian Angels' Share เหมาะกับงานกลางคืน ฉีดที่ลำคอกับใต้เสื้อ เลี่ยงฉีดหลายจุดในวันที่อากาศร้อนเพราะความหวานจะตีขึ้น
- ไปออฟฟิศ ฉีด 2 ปั๊มที่ข้อพับก่อนออกจากบ้าน แล้วพกขวดแบ่ง 5 มล. ไว้เติมช่วงบ่ายหนึ่งปั๊ม
- งานแต่งหรืองานเลี้ยง ฉีดหลังอาบน้ำบนผิวที่ทาโลชั่นแล้ว 3 จุด คือลำคอ ข้อพับ และหลังเข่า

ลองก่อนซื้อขวดเต็มคือวิธีที่ประหยัดที่สุด
ความติดทนเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาก ผิวมัน ผิวแห้ง และอุณหภูมิที่คุณอยู่จริงในแต่ละวัน ทำให้น้ำหอมตัวเดียวกันอยู่กับคนหนึ่งได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่อยู่กับอีกคนได้ทั้งวัน อ่านรีวิวจากต่างประเทศแล้วเชื่อทั้งหมดมักผิดหวัง เพราะบ้านเขาไม่ร้อนชื้นเท่าบ้านเรา
วิธีที่คุ้มที่สุดคือทดลองจริงด้วยขนาด 5 หรือ 10 มล. ใช้ต่อเนื่องหนึ่งถึงสองสัปดาห์ จดไว้ว่าจุดไหนอยู่นานที่สุดสำหรับผิวคุณ ฉีดกี่ปั๊มถึงพอดีในลิฟต์แคบ ๆ และกลิ่นนี้เข้ากับวันทำงานหรือเข้ากับกลางคืนมากกว่า พอรู้คำตอบแล้วการตัดสินใจซื้อขวดเต็มจะไม่ใช่การเดาอีกต่อไป
สุดท้าย เก็บขวดให้ถูกด้วย อย่าวางในรถหรือในห้องน้ำ ความร้อนและความชื้นทำให้น้ำหอมเสื่อมเร็วจนติดทนน้อยลง เก็บในกล่องเดิม ในที่มืด อุณหภูมิห้องปกติ เท่านี้กลิ่นที่คุณชอบก็จะยังเป็นกลิ่นเดิมในอีกหลายเดือนข้างหน้า
แหล่งอ้างอิง
- Olfactory fatigue · Wikipedia
- Fragrance of your perfume - Chemistry in Daily Life · Hong Kong Baptist University, Department of Chemistry
- Eau de toilette · Wikipedia
- Shelf Life and Expiration Dating of Cosmetics · US FDA
- Fragrance allergy · DermNet
เขียนโดย ทีมงาน Vialdee